Home Menu gallery About Webmaster
   
Star Wars Episode I: The Phantom Menace

 

สตาร์วอร์สเอพพิโสด II ถูกสร้างขึ้นเป็นลำดับที่ 5 ของภาพยนตร์ชุดสตาร์วอร์ส และเป็นภาคที่สองของไตรภาคแรกที่เริ่มด้วยสตาร์วอร์สเอพพิโสด I: The Phantom Menace และจบลงด้วยสตาร์วอร์สเอพพิโสด III: Revenge of the Sith

ภาคนี้เป็นภาพยนตร์สตาร์วอร์สภาคแรกที่มีการนำระบบดิจิตอล 24 เฟรมซึ่งให้ความคมชัดสูงมาใช้ ภาพยนตร์ภาคนี้สร้างรายได้ถึง 300 ล้านเหรียญใน box office ของสหรัฐ ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จทางด้านการเงินมาก แต่ก็ยังแพ้สตาร์วอร์สเอพพิโสด I ที่ทำรายได้สูงกว่า อย่างไรก็ตาม สตาร์วอร์สเอพพิโสด II นี้ ก็ไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่มีรายได้สูงสุดในปีนั้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์สตาร์วอร์สไม่ได้ครองตำแหน่งดังกล่าว ในปีนั้นภาพยนตร์ที่มีรายได้สูงสุดคือ Spider Man ซึ่งได้รับความนิยมสูงกว่า

ข้อความเปิดเรื่อง

เกิดความไม่สงบในสภาสูงของดาราจักร ระบบสุริยะหลายพันแห่ง

ประกาศเจตนารมณ์จะออกจากสาธารณรัฐ ขบวนการแบ่งแยก

ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของเคานท์ดูกูผู้ลึกลับสร้างความยากลำบาก

ให้แก่อัศวินเจไดที่มีจำนวนจำกัดในการจะรักษาความสงบสุขและระเบียบของดาราจักร

วุฒิสมาชิกอมิดาล่า อดีตราชินีแห่งนาบู เดินทางกลับมายังสภาสูง

เพื่อลงคะแนนเสียงมติสำคัญเรื่องการสร้างกองทัพของสาธารณรัฐ

เพื่อช่วยเหลือเจไดที่มีกำลังจำกัด

 

 

เนื้อเรื่องย่อ

สาธารณรัฐตกอยู่ในภาวะวิกฤต ฝ่ายแบ่งแยก (ซึ่งอดีตเจไดเคานท์ดูกู (Count Dooku) เป็นผู้นำอยู่อย่างลับๆ) กำลังเป็นภัยต่อความมั่นคงของสาธารณรัฐวุฒิสมาชิกแพดเม ่อมิดาล่าอดีตควีนแห่งนาบู เดินทางกลับมายังคอรัสซังค์อีกครั้ง เพื่อออกเสียงคัดค้านการสร้างกองทัพของสาธารณรัฐ แม้ว่าจะมีเจไดเหลืออยู่ไม่เพียงพอต่อการรักษาความสงบและระเบียบของดาราจักรแล้วก็ ตามทันทีที่เธอมาถึงคอรัสซังค์ เธอถูกลอบสังหารแต่ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สมุหนายกแพลพาทีนขอให้เจไดโอบี-วัน เคโนบีและศิษย์ อนาคิน สกายวอล์กเกอร์คอยเฝ้าคุ้มกันเธอ

คืนนั้น นักล่าเงินรางวัลคนหนึ่งพยายามลอบสังหารเธออีกครั้ง สภาเจไดได้ขอให้โอบี-วันติดตามคนร้ายไป ส่วนอนาคินนั้นก็ได้รับมอบหมายให้คุ้มกันวุฒิสมาชิกแพดเม่ในการเดินทางกลับนาบู อนาคินยินดีกับโอกาสนั้น เนื่องจากเขามักหงุดหงิดกับความจู้จี้ของโอบี-วัน และยินดีที่จะได้อยู่ตามลำพังบ้าง ส่วนจาร์จาร์บิงส์นั้น ทำหน้าที่เป็นตัวแทนวุฒิสมาชิกอมิดาล่าในการประชุมสภาขณะที่เธอไม่อยู่

ในระหว่างการสืบสวน โอบี-วันติดตามร่องรอยคนร้ายไปไปดาวคามิโน (ซึ่งไม่ปรากฏในสารบบของสาธารณรัฐ) ที่นั่นเขาได้พบกองทัพโคลนลับซึ่งถูกสร้างและพัฒนาขึ้นสำหรับสาธารณรัฐ ชาวคามิโนนบอกแก่โอบี-วันว่ากองทัพโคลนถูกสั่งทำเมื่อสิบกว่าปีก่อนโดยเจไดนามว่าไซฟ่า ดิแอส (Sifo-Dyas) ซึ่งสภาเจไดเชื่อว่าตายไปแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน โดยนักล่าเงินรางวัลแจงโก เฟทท์ถูกว่าจ้างให้เป็นต้นแบบในการสร้างโคลน โอบี-วันได้พบกับแจงโกและเชื่อว่าแจงโกคือมือสังหารที่เขาตามหาอยู่ หลังจากพยายามจับกุมแจงโกแต่ไม่สำเร็จ โอบี-วันได้ติดเครื่องติดตามไว้ที่ยานของแจงโก และติดตามไปจนถึงดาวจีโอโนซีส

บนจีโอโนซีส โอบี-วันแอบได้ยินการสนทนาระหว่างเคานท์ดูกูกับสหพันธ์พาณิชย์ และได้รู้ว่าพวกเขาอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนและได้สร้างกองทัพดรอยด์ขึ้นเอง นอกจากนี้โอบี-วันนังได้รู้อีกว่าผู้ที่ลอบสังหารอมิดาล่านั้นก็คือสหพันธ์ฯ นั่นเอง เพื่อแก้แค้นเธอเมื่อครั้งการสู้รบบนนาบู (ดูเอพพิโสด I ) จากนั้น ก่อนที่โอบี-วันจะถูกจับตัวไปเขาได้ส่งข้อความไปยังสภาเจไดเพื่อแจ้งถึงสิ่งที่เขาเพิ่งค้นพบ

ขณะเดียวกันอนาคินและแพดเม่ อมิดาล่านั้น ได้อยู่ใกล้ชิดกันบนดาวนาบู อนาคินสารภาพรักต่อแพดเม่ แต่เธอปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเป็นไปไม่ได้ที่เธอกับเขาจะอยู่ด้วยกัน เนื่องจากตัวเธอเองนั้นเป็นวุฒิสมาชิกและอนาคินก็เป็นเจได อนาคินรู้สึกขุ่นเคืองและรู้สึกถึงความขัดแย้งในตัวเองระหว่างความปรารถนาในตัวแพดเม่กับหน้าที่การเป็นเจได แต่ท้ายที่สุดทั้งสองก็สวมกอดกันอย่างไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกที่มีต่อกันได้

อนาคินรู้สึกว่าแม่ของตนกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง จึงชวนแพดเม่เดินทางไปยังทาทูอีนซึ่งเป็นบ้านเกิด (เป็นการขัดคำสั่งโอบี-วันที่ให้อยู่บนดาวนาบู) เมื่อไปถึงทาทูอีน อนาคินตามหาแม่และได้รู้ว่าแม่ของเขาไม่ได้เป็นทาสแล้ว และได้แต่งงานมีครอบครัวใหม่ แต่เธอถูกพวกทัสเคนลักพาตัวไปเมื่อเดือนก่อน อนาคินเดินทางตามหาแม่ตลอดคืน และได้พบเธอในแคมป์ของทัสเคนในสภาพที่บอบช้ำมาก และเพียงชั่วครู่หลังจากพูดกับอนาคินได้ 2-3 คำเธอก็สิ้นใจในอ้อมกอดอนาคิน ด้วยความโกรธแค้น อนาคินสังหารพวกทัสเคนที่นั่นจนหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กและผู้หญิง ด้านโยดาบนคอรัสซังค์นั้นสามารถสัมผัสได ้ถึงพลังด้านมืดที่ชั่วร้ายปลดปล่อยออกมาจากตัวอนาคิน อนาคินนำร่างแม่กลับมาที่บ้านและทำพิธีศพให้เธอ หลังจากนั้นเขาก็สารภาพกับแพดเม่ว่าเขาสับสนกับสิ่งที่เขาทำ เขารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผิด แต่เขาเองกลับพอใจ

เมื่อสภาเจไดได้รู้ถึงกองทัพของดูกูแล้ว เมซ วินดูก็ได้นำกำลังเจไดกลุ่มหนึ่งไปยังจีโอโนซีส ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่าอนาคินและแพดเม่ก็เดินทางไปยังที่นั่นเช่นกันเพื่อช่วยเหลือโอบี-วัน ขณะเดียวกันฝ่ายจาร์จาร์บิงส์ ผู้แทนแพดเม่ในสภาสูงก็ได้มอบอำนาจฉุกเฉินให้แก่สมุหนายกแพลพาทีน ซึ่งจะทำให้สมุหนายกเรียกใช้กองทัพโคลนที่เพิ่งค้นพบได้

บนจีโอโนซีส เคานท์ดูกูกำลังพยายามโน้มน้าวให้โอบี-วันร่วมมือกับตน และเตือนว่าตอนนี้ดาร์ธซีเดียส (Darth Sidious) กำลังควบคุมสภาสูงอยู่ โอบี-วันไม่เชื่อและตอบว่าเจไดจะต้องรู้หากสิ่งที่ดูกูกล่าวเป็นเรื่องจริง ซึ่งเป็นประโยคที่ทำให้โอบี-วันถูกตัดสินประหารชีวิต

อนาคินและแพดเม่เดินทางมาถึงจีโอโนซีส แต่ก็ถูกจับได้และถูกตัดสินประหารชีวิตเช่นกัน ทั้งสองคนถูกนำตัวไปสมทบกับโอบี-วันที่ถูกจับตัวอยู่ในลานคล้ายสนามกีฬาที่สัตว์คล้ายกิ้งก่าขนาดใหญ่ 3 ตัวถูกปล่อยมาเพื่อสังหารกับพวกเขาทั้ง 3 คนเหมือนกับเป็นเกมกีฬาของชาวจีโอโนซีส ในระหว่างการดิ้นรนต่อสู้กับสัตว์ทั้งสามนั้น เมซ วินดูก็นำกำลังเจไดมาถึงและต่อสู้กับกองทัพดรอยด์ของดูกู แม้ว่าวินดูจะสามารถสังหารแจงโก เฟทท์ได้ แต่ฝ่ายเจไดก็จวนเจียนจะพ่ายแพ้ โชคดีที่โยดาพากองทัพโคลนมาถึงทันเวลา

เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นระหว่างกองทัพโคลนของสาธารณรัฐและกองทัพดรอยด์ของฝ่ายแบ่งแยก เคานท์ดูกูพยายามหลบหนแต่โอบี-วันและอนาคินก็ตามไปจนถึงโรงเก็บยานลับ และทั้งสามก็ได้ต่อสู้กัน โชคไม่ดีที่ทั้งโอบี-วันและอนาคินไม่ใช่คู่มือของดูกู ทั้งสองถูกดูกูทำร้ายจนโอบี-วันได้รับบาดเจ็บและมือขวาของอนาคินถูกตัดขาด โยดาปรากฏตัวขึ้นในตอนที่ดูกูกำลังจะสังหารโอบี-วันและอนาคินจึงได้ต่อสู้กัน ดูกูรู้สึกว่าเขาไม่สามารถสู้โยดาได้ จึงเบี่ยงเบนความสนใจโยดาโดยใช้พลังดึงเสาใหญ่ลงมาเพื่อทับร่างโอบี-วันและอนาคิน เมื่อโยดาใช้พลังเพื่อช่วยไม่ให้เสาตกทับทั้งสองคน ดูกูก็หนีไป ดูกูได้พบกับดาร์ธซีเดียสอาจารย์ของตนซึ่งรู้สึกพอใจที่สงครามเริ่มต้นขึ้นอย่างที่หวังไว้

บนคอรัสซังค์ โอบี-วันแจ้งแก่สภาเจไดว่า เคานท์ดูกูเตือนว่าดาร์ธซีเดียสกำลังควบคุมสภาสูงอยู่ โยดาปฏิเสธที่จะเชื่อและกล่าวว่าด้านมืดสามาถสร้างความกลัวและความไม่ไว้วางใจได้ แต่เขากับวินดูก็เห็นพ้องกันว่าด้านมืดบดบังทุกสิ่งและพวกเขาควรจับตาดูสภาสูงอย่างใกล้ชิด

บนลานจอดยานขนาดใหญ่ แพลพาทีน, เบล ออร์การ์นา, และคนอื่นๆ ยืนดูการลำเลียงกองทัพโคลนและอาวุธขึ้นยานเพื่อเดินทางออกไปต่อสู้กับฝ่ายแบ่งแยก

บนดาวนาบู อนาคิน (ซึ่งมีมือขวาใหม่เป็นมือจักรกล) และแพดเม่ จัดงานแต่งงานขึ้นอย่างลับๆ ซึ่งมีเพียง C-3PO และ R2-D2 เป็นสักขีพยาน

 

 

 

 

 

 

 
Copyright©2005 Obi-Wan's Lightsaber. All Rights reserved. This site is best viewed at 1024 x 768 resolution.
This site is being hosted on NetColony.com. Any content shown on the personal pages of this site are NOT the responsibility of NetColony.com. Any improper content will be deleted promptly upon notification of such. Please report any fraud content to fraud@netcolony.com immediately. Thank you!